ผลกระทบของแบตเตอรี่ลิเธียมต่อสิ่งแวดล้อม
แบตเตอรี่ลิเธียม NMC (Nickel Manganese Cobalt) และแบตเตอรี่ลิเธียม LFP (Lithium Iron Phosphate:LiFePO4) มีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันดังนี้
ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
-
แบตเตอรี่ NMC
- การสกัดวัตถุดิบ การผลิตแบตเตอรี่ NMC ต้องใช้นิกเกิล โคบอลต์ และแมงกานีส ซึ่งเป็นโลหะหนักและสลายตัวได้ช้า จึงสะสมในสิ่งแวดล้อมได้นาน การสกัดและการถลุงแร่เหล่านี้ทำให้เกิดมลพิษทางดิน น้ำ และอากาศ โดยเฉพาะการสกัดโคบอลต์ซึ่งมักเกิดการปนเปื้อนของน้ำ สัตว์น้ำ และความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในชุมชนใกล้เคียงแหล่งผลิต
- การผลิตและการใช้งาน การผลิตแบตเตอรี่ NMC มีความเสี่ยงต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าการผลิตแบตเตอรี่ LFP และยังมีความเสี่ยงจากการปล่อยสารพิษระหว่างการใช้งานหากเกิดความเสียหายต่อแบตเตอรี่ หรือเมื่อแบตเตอรี่เกิดความร้อนสูงเกินไป
-
แบตเตอรี่ LFP
- การสกัดวัตถุดิบ แบตเตอรี่ LFP ใช้ลิเธียม เหล็ก และฟอสเฟตซึ่งหาได้ง่ายกว่าและมีการสกัดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า การปล่อยสารพิษในกระบวนการผลิตต่ำกว่าแบตเตอรี่ NMC
- การผลิตและการใช้งาน การผลิตแบตเตอรี่ LFP มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่า เพราะมีอายุการใช้งานได้นานกว่า มีจำนวนรอบการชาร์จและการคายประจุมากกว่า(Life Cycle: NMC 1000-2000 ครั้ง LFP 2000-4000ครั้ง) และเมื่อเกิดความเสียหาย แบตเตอรี่ LFP มีความเสถียรมากกว่า ทำให้ความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพต่ำกว่า นอกจากนี้ แบตเตอรี่ LFP ยังสามารถรีไซเคิลได้ง่ายกว่า ซึ่งลดปัญหาการสะสมของขยะอิเล็กทรอนิกส์
https://www.nstda.or.th/nac/2021/2021/02/27/ss52-alternative-battery-eco-friendly/index.html https://www.nstda.or.th/sci2pub/thailand-opportunities-in-the-lithium-battery-industry/
ผลกระทบต่อสุขภาพ
-
แบตเตอรี่ NMC
- สารเคมีที่เป็นอันตราย วัตถุดิบเช่นโคบอลต์ที่ใช้ในแบตเตอรี่ NMC เป็นสารพิษที่สามารถก่อให้เกิดโรคทางระบบทางเดินหายใจ หากโลหะหนักนี้เข้าสู่ร่างกายจะไม่สามารถขับออกได้เอง เมื่อสะสมไปนานๆจะเป็นอันตรายต่อเซลล์ในร่างกายเป็นสาเหตุที่ให้เกิดโรคก่อนเวลาอันควร ซึ่งมีทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง หากเกิดการรั่วไหลหรือสัมผัสโดยตรง นอกจากนี้ การขุดโคบอลต์เพื่อผลิตแบตเตอรี่ยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพของผู้คนในชุมชนในท้องถิ่นในหลายประเทศ
-
แบตเตอรี่ LFP
- ความปลอดภัยในการใช้งาน แบตเตอรี่ LFP ปลอดภัยกว่าในการใช้งานเนื่องจากมีความเสถียรทางเคมีสูงและไม่ก่อให้เกิดการปล่อยสารพิษที่เป็นอันตรายมากเท่าแบตเตอรี่ NMC อย่างไรก็ตาม การสกัดลิเธียมซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักยังคงมีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมแต่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า
การลดสารพิษจากแบตเตอรี่สู่สิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์และการผลิตที่ยั่งยืน ต่อไปนี้คือแนวทางในการลดผลกระทบของสารพิษจากแบตเตอรี่
-
การพัฒนาแบตเตอรี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- การวิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ที่ใช้วัสดุที่มีความเป็นพิษต่ำ เช่น การเปลี่ยนจากแบตเตอรี่ NMC ที่มีการใช้โคบอลต์ไปเป็นแบตเตอรี่ LFP ที่ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า
- การลดการใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายในกระบวนการผลิต และหาวัสดุทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
-
การออกแบบเพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycling)
- การออกแบบแบตเตอรี่ที่ง่ายต่อการแยกชิ้นส่วนและรีไซเคิล เพื่อลดขยะและการสะสมของวัสดุที่เป็นพิษ
- การส่งเสริมการใช้วัสดุที่สามารถรีไซเคิลได้และการนำกลับมาใช้ใหม่ เช่น ลิเธียม เหล็ก และฟอสเฟต ในแบตเตอรี่ LFP
-
การจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่มีประสิทธิภาพ
- การจัดตั้งระบบรวบรวมและรีไซเคิลแบตเตอรี่ที่หมดอายุการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการปล่อยสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม
- การสร้างนโยบายและกฎหมายที่สนับสนุนการรีไซเคิลและการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเข้มงวด
-
การส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในการผลิต
- การใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ในกระบวนการผลิตแบตเตอรี่ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสารพิษจากกระบวนการผลิต
-
การให้ความรู้และส่งเสริมการใช้แบตเตอรี่ที่มีความยั่งยืน
- การให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับการเลือกใช้แบตเตอรี่ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย และการทิ้งแบตเตอรี่อย่างถูกวิธี
แนวทางเหล่านี้ช่วยในการลดการปล่อยสารพิษจากแบตเตอรี่สู่สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
